ชี้ช่อง 'อาม ชุติมา' ชนะขาด เซ็นต์ 'ลิขสิทธิ์' ไม่เบ็ดเสร็จ!

ชี้ช่อง 'อาม ชุติมา' ชนะขาด เซ็นต์ 'ลิขสิทธิ์' ไม่เบ็ดเสร็จ!

กลายเป็นปัญหายืดเยื้อหนัก กรณี "อาม ชุติมา" นักร้องลูกทุ่งสาวอินดี้ ผู้แต่งและขับร้องเพลงอดีตเคยพังและแต่งเพลงผู้สาวขาเลาะ ประกาศแยกทางกับค่ายไหทองคำ ทั้งที่ยังเหลือสัญญากับค่ายจนเกิดปัญหาดราม่ามากมาย ขณะไปขึ้นคอนเสิร์ต ถูกตำรวจจับคาเวที 2 ครั้งซ้อน ขณะที่นายห้างไหทองคำ "ประจักษ์ชัย เนาวรัตน์" ประกาศลั่นจะดำเนินคดีกับคนที่จ้างงาน อาม ชุติมา ทุกราย ตามที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น...
ล่าสุดเมื่อวันที่ 24 ต.ค. นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายชื่อดัง เจ้าของเพจ "ทนายคลายทุกข์" ได้ไลฟ์สดให้ความเห็นทางกฏหมายในเรื่องดังกล่าว ระบุ "อัจฉริยะส่งสัญญามาให้ดู มีสัญญาซื้อขายลิขสิทธิ์ สัญญาจ้าง ขอสรุปเป็นข้อๆ ซึ่งจะเป็นการวิเคราะห์เพื่อช่วยน้องอามและอัจฉริยะเท่านั้น" เรื่องเกี่ยวกับสัญญาซื้อขายลิขสิทธิ์เพลงในคดีนี้ 2-3 เพลงเป็นสัญญาสำเร็จรูปทั้งหมด อามสามารถต่อสู้ได้ เพราะว่าไม่ใช่เจตนาที่แท้จริงของอามที่จะขายลิขสิทธิ์เป็นแต่เพื่อการลงชื่อเท่านั้น แล้วก็ราคาซื้อขายลิขสิทธิ์เป็นเรื่องสำคัญ สามารถสู้ได้ การกรอกอะไรยังไงก่อนหลังที่จะมีการเซ็นต์ชื่อลงไป สามารถสู้ได้ว่าไม่ใช่เจตนา อีกทั้งตอนนั้นยังเป็นผู้เยาว์
ประเด็นที่สอง ซื้อขายกันในราคาหนึ่งหมื่นบาท แนวทางการพิพากษา ถ้าเป็นราคาที่ถูกมากก็ไม่ใช่การซื้อขายเบ็ดเสร็จเด็ดขาดทั้งหมด ไม่คุ้มครองตลอดอายุ อาจจะเรียกได้ว่าเป็นการซื้อขายเฉพาะคราว ทำผิดสัญญาจะถูกปรับถึงหนึ่งแสนบาท สูงกว่าสัญญาขายถึง 10 เท่า นับเป็นเรื่องที่แปลกมาก ที่ปกติเขาจะปรับกันไม่เท่าไหร่ ดูไม่ปกติ ถ้าขายแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด จะกำหนดค่าปรับไว้ทำไม การระบุแบบนี้แสดงว่าลิขสิทธิ์ยังเป็นของอาม ชุติมา "คิดว่าคนปกติจะลงนามไหม แสดงว่าตอนนั้นที่ลงนามไป ได้อ่านสัญญาหรือไม่ หรือมีการกรอกข้อความเพิ่มเติมในภายหลัง ใครจะยอมขายลิจสิทธิ์หนึ่งหมื่น แต่งแทบเป็นแทบตาย ไปขายเท่านั้นมันถูกมาก สมมุติถ้านายห้างเอาไปใช้ เอาไปให้คนอื่นร้อง น้องอามก็สามารถฟ้องร้องย้อนหลังได้ ถ้าขายเสร็จจะมาทำข้อตกลงแบ่งผลประโยชน์ให้น้องทำไม แสดงว่าลิขสิทธิ์ก็ยังเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์อยู่สิ"

นอกจากนี้เรื่องที่พ่อแม่ของน้องอามลงชื่อเป็นพยาน ในตามกฎหมายก็ดูเสียเปรียบ แต่มีพิรุธประจักษ์ น้องอายุ 17 ปี ยังไม่รู้เดียงสา พ่อแม่ทำไร่นา จบป.4 ความรู้น้อย ไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมของคนที่อายุมากกว่า ก็อาจจะต่อสู้ว่าเซ็นต์ลงไปโดยไม่ได้อ่าน หรือสอง สู้ว่าเซ็นต์ลงไปโดยไม่เข้าใจสาระสำคัญ ว่าเป็นการลงชื่อไปเพราะอะไร หรือเพราะโดนหว่านล้อม และยิ่งในสัญญาก็ไม่มีการระบุว่า เป็นการซื้อขายเบ็ดเสร็จตลอดอายุความคุมครองลิขสิทธิ์ สัญญาไม่ชัดเจนจะตีความให้น้องอามเสียในมูลหนี้ไม่ได้ ยิ่งคู่สัญญาเป็นผู้เยาว์ ศาลย่อมคุ้มครองมากกว่าอยู่แล้ว
ประเด็นนถัดมา เวลาผู้เยาว์ทำสัญญาก็ต้องเอาพ่อแม่มาให้ความคุ้มครอง ถ้าให้พ่อแม่มีอำนาจเป็นเสร็จในความคุ้มครองทำไมไม่มีการการระบุข้อความยินยอมให้ผู้เยาว์ขายลิขสิทธิ์เด็ดขาดได้ เป็นการเข้าใจผิดในสาระสำคัญของนิติกรรม ก็จะทำให้สัญญาดังกล่าวเป็นโมฆะ ประเด็นสุดท้าย เรื่องสัญญาจ้างนักแสดง ต้องมีคนจ้าง ผู้รับจ้างและสินจ้าง แต่สินจ้างหรือค่าจ้างกลับไม่มี เหมือนเป็นสัญญาร่วมลงทุนมากกว่า น้องแต่งเพลงได้ร้องเพลงได้ ลงทุนด้วยแรงงาน อีกฝ่ายก็ลงทุนด้วยเงินทุน เป็นลักษณะหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียน ถ้าน้องอามสามารถนำสืบได้ว่า น้องห้างไม่ได้ลงทุน การร้องเพลงในที่ต่างๆไม่ได้ประโยชน์ 70-30 ก็เป็นการผิดสัญญา "น้องอามสามารถดำเนินคดียักยอกได้เลย" ทั้งนี้แนวทางฎีที่มีคำพิพากษาทั้งหมด ตนได้ส่งให้นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว...
TAG